ไก่ดำ จัดเป็นไก่เศรษฐกิจที่น่าจับตา เพราะการเลี้ยงเพื่อบริโภคเนื้อเป็นอาหาร คราวนี้มาดู สายพันธุ์ไก่ดำ ที่นิยมเลี้ยงกันในเมืองไทย ตลาดต้องการมาก ขายได้ราคา สายพันธุ์ที่นิยมเลี้ยงกัน คือ ไก่ดำสายอินโดนีเซีย ไก่ดำสายมองโกล ไก่ดำสายภูพาน

ไก่ดำสายพันธุ์มองโกเลีย ไก่ดำสายพันธ์ภูพาน และไก่ดำสายพันธุ์อินโดนีเซีย ทั้ง 3 สายพันธุ์ที่ถูกนำมาเลี้ยงไว้ใน “ครูดาไก่ดำ” โดยไก่สายพันธุ์มองโกเลีย และไก่ดำสายพันธุ์ภูพาน ได้รับความสนใจเยอะสุด โดยทางฟาร์มจำหน่ายตามอายุของไก่ อายุ 1 เดือน ตัวละ 150 บาท หาก 2 เดือนก็ 250 บาท ในขณะที่ราคาไก่ดำสายพันธุ์อินโดนีเซีย มีราคาสูงสุด อายุ 1 เดือน 1,000 บาท เนื่องจากมีคุณสมบัติที่พิเศษกว่าเนื่องจากหงอนไก่ ปาก เพดานด้านใน กระดูก จะเป็นสีดำทั้งตัว เป็นที่นิยมของผู้บริโภค โดยเฉพาะชาวจีนว่าเป็นยาชั้นเลิศเมื่อมาต้มตุ๋นยาจีน

ไก่ดำอินโดนีเซีย

ไก่ดำอินโดนีเซีย เป็นไก่ดำที่มีต้นกำเนิดมาจากแถบเกาะชวาประเทศอินโดนีเชีย สิ่งที่ทุกคนหลงไหลในเสน่ห์ของมันก็คือความดำ จนได้ขึ้นชื่อว่าดำที่สุดในโลก ส่วนลักษณะของไก่ดำอินโดนั้นจะมีหลายทรง ขึ้นอยู่กับพ่อแม่พันธุ์ แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน อวัยวะทุกส่วนของมันเป็นสีดำ ตั้งแต่ปีกไปจนถึงหน้าแข้งและเล็บเท้า จะงอยปาก ลิ้น หงอนไก่ เหนียงไก่ เนื้อกระดูกและอวัยวะของพวกมันเป็นสีดำยกเว้นแต่เลือดที่เป็นสีแดงคล้ำ ไก่ตัวผู้จะมีน้ำหนักราว  2–2.5 กิโลกรัม ไก่ตัวเมียจะมีน้ำหนักราว 1.5–2 กิโลกรัม ไก่ตัวเมียจะออกไข่สีครีมอมชมพูเล็กน้อย แต่จะออกไข่ปีละราว 80 ฟอง น้ำหนักไข่ไก่เฉลี่ยราว ๆ ฟองละ 45 กรัม แม่ไก่ไม่ชอบฟักไข่ของตัวเองและเลี้ยงลูกไม่เก่ง

ไก่ดำมองโกลเลีย

ไก่ดำ คือไก่พื้นเมืองที่มีต้นกำเนิดมาจากมองโกลเลียส่วนนอก มีรูปร่างสวยงาม มีลักษณะแบบเดียวกับไก่ทั่วไปทุกอย่างเพียงแต่ว่ามีสีดำทั่วทั้งตัวเท่านั้น นั้นคือ หนังสีดำ เนื้อสีดำ กระดูกสีดำ และก็เครื่องในสีดำ ไก่ดำที่เลี้ยงในเมืองไทยเป็นไก่ดำเลือดผสมเนื่องจากเลี้ยงมานานจึงทำให้ผสมข้ามสายพันธุ์มาเรื่อย ๆ จึงทำให้มีไก่ดำที่มีความหลากหลายทางสายพันธุ์อยู่เรื่อย ๆ แต่ลักษณะไก่ดำพันธุ์แท้นั้นจะต้องมีเนื้อสีดำ หนังสีดำ โดยเฉพาะทั้งแปดอย่างนั้นคือ ปาก ลิ้น หน้า หงอน เล็บ แข้ง ขา และกระดูกนั้นจะต้องดำสนิท แต่ว่าไก่ดำนั้นขนไม่มีความจำเป็นต้องมีสีดำเพียงอย่างเดียวด้วยก็ได้

ไก่ดำภูพาน

ลักษณะไก่ดำภูพานมี เนื้อดำ ขนดำ ขาดำเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของไก่ดำ การเลี้ยงไก่ดำภูพานจะแยกเลี้ยงจากไก่บ้านทั่วไปเพื่อป้องกันการผสมข้ามสายพันธุ์ และยังสามารถปล่อยเลี้ยงได้ตามปกติ แต่ต้องมีโรงเรือนที่โปร่งสามารถถ่ายเทอากาศได้ดี เมื่อเกษตรกรนำไปเลี้ยงจะสามารถขายได้ราคาสูงกว่าไก่บ้านทั่วไปประมาณ 1-2 เท่าตัว การเพาะเลี้ยงไก่ดำจึงเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่ชาวบ้านกำลังให้ความสนใจจำนวนมาก ไก่ดำภูพานจะมีทั้งหมด 3 สายพันธุ์  สายพันธุ์ 1 ดำทั้งตัว สายพันธุ์ที่ 2 ขนสีขาวแต่เนื้อดำ และ สายพันธุ์ที่ 3 ขนสีเหลืองทอง ซึ่งทุกสายพันธุ์เป็นการพัฒนาตามความต้องการของเกษตรกร แต่จะมีคุณสมบัติที่เหมือนกันคือสารสีดำ หรือที่เรียกว่า เมลานิน ที่พบในไก่ดำภูพาน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูนอิสระชะลอความชรา และ ออกฤทธิ์ในการต้านเซลล์มะเร็ง จึงทำให้ผู้บริโภคได้รับสารอาหารที่มากกว่าไก่ทั่วไป และ เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ

ไก่ดำญี่ปุ่น ซิลกี้

สำหรับไก่ญี่ปุ่น (Silky Bantam) มีต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น ไก่สายพันธุ์นี้มีนิสัยชอบอยู่รวมกัน หากินเป็นฝูง รักสงบ ไม่ตื่นตกใจง่าย บินไม่สูง แต่เมื่อภัยมาถึงจวนตัวจะส่งเสียงร้องเตือนกันเป็นช่วงๆให้รับรู้โดยทั่วกัน ในวัยที่ยังเป็นลูกเจี๊ยบ ขนจะนุ่มเหมือนกำมะหยี่ ซึ่งบางคนบอกว่าคล้ายกระต่ายสายพันธุ์ขนยาว ปิดคลุมทั่วทั้งใบหน้าลงไปถึงแข้ง มองโดยรวมจะเห็นเพียงปากแหลมๆสีดำเท่านั้น

เมื่อโตเต็มที่ อายุประมาณ 5-6 เดือน ขนที่หัวยังฟูฟ่องมองคล้ายคนตัดผมทรงพั้งกี้ ช่วงวัยนี้หลังเริ่มจับคู่กันแล้ว จะออกไข่คอกละ 7-10 ฟอง ตัวเมีย ดวงตา ดำวาวสดใส หู ได้ยินเสียงระยะไกล ขน ฟูทั้งตัว มีทั้งสีดำ ขาว และสีทอง ตลอดทั่วทั้งตัวถึงแข้งด้านนอก ส่วนแข้งด้านในมีลักษณะเป็นเกล็ดเหมือนสายพันธุ์ทั่วไป ส่วนเนื้อ มีลักษณะสีดำ กระดูกดำ ขนาดรูปร่าง ตัวเมียจะเล็กกว่าตัวผู้ น้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5-2 กิโล ส่วนตัวผู้มีความแตกต่างที่หงอนแดง ซึ่งสังเกตได้ในช่วงโตเต็มวัยเหมือนไก่สายพันธุ์ทั่วไป น้ำหนักโดยรวมอยู่ที่ราว 2-2.5 กิโลกรัม

ปัจจุบันผู้ที่ต้องการจะบริโภคไก่ดำจะหาไก่ดำมาบริโภคได้ไม่ยากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเทพฯ เพราะตามแผนกซุปเปอร์มาร์เก็ตในห้างสรรพสินค้าจะมีไก่ดำชำแหละขายทั่วๆ ไป ไก่ดำที่วางจำหน่ายส่วนใหญ่จะเป็นไก่ดำขนาดนํ้าหนักประมาณ 600 กรัม ราคาประมาณ 150-200 บาท/กิโลกรัม เนื่องจากผู้บริโภคต้องการทำเป็นไก่ตุ๋นทั้งตัวนอกจากนี้ผู้บริโภคยังสามารถจะเลือกบริโภคซุปไก่ดำสกัดทั้งในรูปการบรรจุกระป๋องหรือบรรจุในขวดแก้ว

สาเหตุที่ราคาไก่ดำอยู่ในเกณฑ์สูงถึงกิโลกรัมละ 150-200 บาทนั้น นอกจากจะเป็นเพราะคนให้ความนิยมบริโภคโดยถือเป็นอาหารบำรุงชั้นยอดแล้ว โดยธรรมชาติไก่ดำจะโตช้ากว่าไก่เนื้อทั่วๆ ไป กล่าวคือ การเลี้ยงไก่เนื้อทั่วๆ ไปให้ได้นํ้าหนัก 1.8 กิโลกรัมจะใช้เวลาเพียง 49 วันเท่านั้น แต่ถ้าจะเลี้ยงไก่ดำให้มีนํ้าหนัก 1 กิโลกรัมต้องใช้ เวลาเลี้ยงไม่ต่ำกว่า 2-3 เดือน และถ้ายิ่งเลี้ยงแบบปล่อยให้หาอาหารกินเองเหมือนการเลี้ยงไก่พื้นเมืองแล้ว จะต้องใช้เวลาไม่ตํ่ากว่า 4 เดือนจึงจะได้ไก่ดำมีนํ้าหนัก 1 กิโลกรัม ซึ่งนํ้าหนักไก่ดำที่จะส่งตลาตควรจะอยู่ระหว่างตัวละ 1-1.2 กิโลกรัมเท่านั้น ถ้าเป็นไก่ดำที่นํ้าหนักถึง 1.5 กิโลกรัมจะนำลงตุ๋นในหม้อดินไม่ได้

จากความเชื่อถือว่าเมื่อได้บริโภคเนื้อของไก่ดำแล้วจะทำให้สุขภาพอนามัยสมบูรณ์และมีกำลังวังชา รวมทั้งยังมีสรรพคุณรักษาโรคบางโรคได้อีกด้วย และเมื่อนำเนื้อไก่ดำตุ๋นกับเครื่องยาจีนแล้วจะทำให้ร่างกายมีพลานามัยดี รักษาร่างกายที่ทรุดโทรมให้ดีขึ้น จนกระทั่งเมื่อได้มีการใช้วิทยาการสมัยใหม่วิเคราะห์คุณค่าทางอาหารของไก่เนื้อ กระดูกดำเทียบกับไก่กระทงและไก่ไข่ ซึ่งผลการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่าไก่เนื้อดำมีโปรตีนสูงกว่าไก่เนื้อทั่วๆ ไป กล่าวคือ จากการทดลองสุ่มตัวอย่างเฉพาะส่วนเนื้อล้วนๆ จากไก่พันธุ์ต่างๆ เปรียบเทียบกับไก่กระทงอายุ 7 สัปดาห์ และแม่ไก่ไข่ปลดระวางอายุ

ค่าโภชนะโดยประมาณของเนื้อไก่ดำเปรียบเทียบกับไก่กระทงและไก่ไข่

สนใจ สอบถามเพิ่มเติม

ใส่ความเห็น